Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
ข่าวสาร LGBTIQ
Post New Topics
หนี้สาธารณะ คืออะไร หนี้สาธารณะคือหนี้สินของประชาชนทุกคน
(Reader : 33267)
หนี้สาธารณะ คืออะไร?
หนี้สาธารณะ (Public Debt) คือ หนี้ที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมของรัฐบาล กล่าวคือ เมื่อฐานะการเงินของรัฐบาลเกิดการขาดดุล คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับ และรัฐบาลไม่สามารถจะหารายได้จากภาษีที่เก็บจากประชาชนมาเพื่อใช้จ่ายได้พอ ก็จะทำการกู้ยืมจากแหล่งเงินกู้ 2 แหล่ง คือ กู้ยืมจากภายในประเทศ และ กู้ยืมจากต่างประเทศ

ความสำคัญของเรื่อง
การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล เกิดจากการที่มีรายจ่ายมากกว่ารายรับใน ปีงบประมาณนั้น เป็นเรื่องปรกติที่รัฐบาลจะยอมตั้งงบประมาณแบบขาดดุลบ้าง แต่ต้องไม่มากเกินไป เมื่อขาดดุลรัฐบาลก็จะนำเงินทุนสำรองออกมาใช้ แต่ถ้านำมาใช้มาก เกินไปก็จะมีผลเสียต่อเสถียรภาพทางการคลัง และมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อประเทศไทยได้ รัฐบาลมีทางแก้หลักๆ อยู่ 2 วิธี คือ การเพิ่มภาษี และการกู้ยืมเงิน การเพิ่มภาษีจะลดรายได้และกำลังซื้อของประชาชนและธุรกิจ และจะมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ รัฐบาลจึงมักเลือกการก่อหนี้สาธารณะหรือการกู้ยืมเงิน
อย่างไรก็ตามการมีหนี้สาธารณะมากเกินไปจะสร้างปัญหาในระยะยาวได้ เพราะหนี้ เหล่านี้เป็นภาระที่รัฐบาลต้องชำระคืนทุกปี ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้แต่ละปีประเทศต้องผ่อนชำระหนี้สูงและเบียดบังเงินงบประมาณที่จะนำมาพัฒนาประเทศ และการมีหนี้สาธารณะสูงเกินไปจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยได้

วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้สาธารณะ
รัฐบาลก็เหมือนประชาชนทั่วไปที่จะต้องมีเงินเอาไว้ใช้จ่าย บางครั้งเมื่อมีเงินไม่พอก็จำเป็นต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในกิจการต่างๆโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาการออมในประเทศอยู่ในระดับต่ำ การสะสมทุนมีน้อย ในขณะความต้องการใช้ปัจจัยทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมีมากการขาดแคลนเงินทุนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ รัฐบาลจึงแสวงหาเงินทุนมาใช้จ่าย เพื่อดำเนินการในโครงการต่างๆเพื่อให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีเงินที่รัฐบาลกู้มาโดยทั่วไปก็จะนำไปใช้จ่ายดังต่อไปนี้
1.เพื่อใช้จ่ายในการลงทุน ได้แก่การลงทุนตามโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตัวอย่างเช่น การลงทุนในด้านการชลประทาน การขนส่ง ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจการลงทุน การป้องกันประเทศ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งโครงการเหล่านี้ไม่สามารถจะหวังจากการลงทุนในภาคเอกชนได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก ให้ผลตอบแทนต่ำหรือระยะเวลาที่คืนทุนนาน การลงทุนในด้านนี้จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง แต่เนื่องจากประเทศที่กำลังพัฒนาส่วนใหญ่มักจะมีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ กล่าวคือ รายได้ที่ได้รับจากการเก็บภาษีอากรจากประชาชนยังไม่เพียงพอ รัฐจึงจำเป็นต้องใช้วิธีกู้เงินมาลงทุนพัฒนาประเทศตามโครงการที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ
2. เพื่อรักษาเสถียรภาทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่ประเทศต่างๆให้ความสำคัญคือ การรักษาเสถียรภาพทางด้านรายได้และระดับราคา ซึ่งการรักษาเสถียรภาพดังกล่าวให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม รัฐบาลอาจใช้เครื่องมือทางการเงินและการคลังได้หลายชนิดการกู้ยืมเงินของรัฐบาลก็เป็นเครื่องมือทางการคลังชนิดหนึ่งที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายแทบทุกประเทศ ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจเกิดภาวะเงินฝืด ระดับราคาสินค้าโดย ทั่วๆไป มีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อยๆ ผู้ผลิตก็จะลดปริมาณการผลิตลง ทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นมีผลกระทบต่อรายได้ส่วนรวมของประเทศ การรักษาเสถียรภาพของรับอาจทำโดยการกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้นทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ในที่สุดระบบเศรษฐกิจก็จะฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ
3. เพื่อชดเชยงบประมาณที่ขาดดุล ในการบริหารราชการของรัฐบาลจะต้องมีการตั้งงบประมาณรายรับ-ราจ่ายประจำปี ในบางปีรัฐบาลอาจมีกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องดำเนินการอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ งบรายจ่ายมากกว่ารายรับ ดังนั้นรัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินมาจากแหล่งต่างๆ มาใช้จ่ายเพื่อให้กิจกรรมต่างๆของรัฐบาลดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น
4. เพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉิน ตามปกติรายจ่ายโดย ทั่วๆไป ของหน่วยงานราชการต่างๆ จะต้องกำหนดไว้ล่วงหน้าในงบประมาณประจำปี แต่อย่างไรก็ตามยังมีรายจ่ายบางประเภทที่เกิดขึ้น โดยมิได้มีการคาดเดาเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องจ่าย เช่น การเข้าร่วมทำสงคราม การประสบภัยทางธรรมชาติต่างๆ การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าที่จำเป็นบางประเภทในตลาดโลก เมื่อเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นรัฐบาล มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนทำให้ไม่สามารถหามาได้จากรายรับประเภทอื่นๆ ในระยะเวลาอันสั้นรัฐบาลจึงต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายเป็นกรณีฉุกเฉิน
5. เพื่อรักษาและเพิ่มทุนสำรองระหว่างประเทศ ใ น ระบบเศรษฐกิจนั้น การทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น การค้า การลงทุน ฯลฯ ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินตราระหว่างประเทศ กล่าวคือ ถ้าปีใดมีดุลการชำระเงินเกินดุล ส่วนที่เกินดุลนี้จะทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าปีใดมีดุลการชำระเงินขาดดุล ทุนสำรองระหว่างประเทศจะถูกนำมาใช้ และถ้าดุลการชำระเงินขาดดุลติดต่อกันเป็นระยะเวลานานลายๆปีทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่อาจถูกนำมาใช้จนเหลือน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศในทางเศรษฐกิจของประเทศ
6. เพื่อระดมทุนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาประเทศ ในบางประเทศประชาชนออมเงินไว้เฉยๆ ซึ่งเป็นการปล่อยเงินทุนอยู่ในลักษณะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ กล่าวคือ ทุนเหล่านั้นไม่ได้ก่อผลผลิตแต่อย่างใดซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะเงินฝืดขึ้นในระบบเศรษฐกิจได้ รัฐบาลอาจแก้ไขได้โดยการก่อหนี้จากเงินออมของประชาชนส่วนนี้มาลงทุน ซึ่งไม่ก่อผลผลิตทางเศรษฐกิจเมขึ้น นอกจากนี้การก่อหนี้จากเงินออมของประชาชนยังช่วยป้องกันไม่ให้เงินทุนภายในประเทศเคลื่อนย้ายภายนอกประเทศ ซึ่งจะช่วยรักษาระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไม่ให้ลดลงได้อีกทางหนึ่ง
7. เพื่อนำมาหมุนเวียนใช้หนี้เก่า การกู้ยืมเงินของรัฐบาลในแต่ละครั้งอาจต้องมีการกำหนดระยะเวลาใช้คืน แต่บางครั้งเมื่อถึงกำหนดเวลาใช้คืน รัฐบาลอาจไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระหนี้ เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาและกำหนดเวลา ทั้งนี้เพื่อรักษาและชื่อเสียงของประเทศ
8. เพื่อปรับปรุงโครงสร้างภาระหนี้ให้มีการกระจายหนี้ดีขึ้น ( Refinancing ) ในบาง เวลาตลาดเงินทุนอาจมีดอกเบี้ยต่ำและให้เงื่อนไขที่ดีต่อผู้กู้ รัฐบาลอาจมีเหตุผลที่จะทำการกู้เพื่อไถ่ถอนหนี้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าและมีเงื่อนไขที่ด้อยกว่า หรือรัฐบาลอาจมีความจำเป็นต้องการปรับปรุงการกระจายของภาระการชำระหนี้เสียใหม่ ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในแหล่งใดแหล่งหนึ่งหรือการชำระหนี้ตกอยู่ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งมากเกินไป หรือเงินตราสกุลใดสกุลหนึ่งโดยเฉพาะ

ความหมายอย่างละเอียด
ประเภทของหนี้สาธารณะ :-
1. แบ่งตามระยะเวลาของเงินกู้
1.1. หนี้ระยะสั้น (Short term) มีกำหนดเวลาใช้คืน 3 เดือน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้ที่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะสั้นๆ จะออกเป็นตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) หรือออกใบรับรองการเป็นหนี้ให้ การกู้ประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่วนใหญ่รัฐบาลกู้จากธนาคารแห่งประเทศไทย
โตรงการจัดทำข้อมูลองค์ความรู้ งวดที่ 1 : นิยามธุรกิจ: เศรษฐศาสตร์ 1/3
1.2. หนี้ระยะปานกลาง (Intermediate term) คือ หนี้ที่มีกำหนดเวลาใช้คืนตั้งแต่ 1-5 ปี รัฐบาลจะออกTreasury note มาเป็นหลักฐานในการกู้
1.3. หนี้ระยะยาว (Long term) คือ หนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาใช้คืนตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป รัฐบาลจะออกตราสารประเภทพันธบัตรรัฐบาลออกมา โดยกำหนดจำนวนเงิน ระยะเวลาใช้คืน และดอกเบี้ย ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้เพื่อนำไปใช้ในโครงการระยะยาว เช่น การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค เช่น สร้างถนน สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ



2. แบ่งตามแหล่งของเงินกู้
2.1. หนี้ภายในประเทศ รัฐบาลจะกู้เงินจากประชาชนทั่วไป ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกลาง และสถาบันการเงินอื่นๆ ภายในประเทศ เงินที่กู้ยืมอาจจะเป็นเงินตราของประเทศหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้
2.2. หนี้ภายนอกประเทศ รัฐบาลจะกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ภายนอกประเทศ ทั้งเอกชน รัฐบาล หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (The Asian Development Bank) หรือกู้จากธนาคารโลก (World Bank) หรือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) เป็นต้น

ข้อแตกต่างของการกู้เงินจากภายในกับภายนอกประเทศ
การกู้ยืมจากภายในประเทศ
การระดมเงินกู้ภายในประเทศ โดยรัฐบาลออกเป็นพันธบัตรและตั๋วเงินคลังออกมาขายให้กับเอกชนและสถาบันการเงินต่างๆ จะมีผลทำให้การออมของประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้การบริโภคสินค้าและบริการลดลง ซึ่งอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ เพราะเป็นการลดเม็ดเงินในภาคเอกชน แต่ถ้ารัฐบาลนำเงินที่ได้กลับมาใช้จ่ายในระบบก็จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยไม่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนลดลงมากนัก
ในการชำระคืนเงินกู้ รัฐบาลสามารถจะรู้จำนวนเงินที่ต้องชำระคืนที่แน่นอน เพราะต้องชำระคืนในรูปของเงินตราของประเทศ

การกู้ยืมจากต่างประเทศ
การที่รัฐบาลกู้ยืมเงินจากต่างประเทศมาเพื่อใช้จ่ายลงทุนในการพัฒนาประเทศ จะช่วยให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นการเพิ่มปริมาณเงินในประเทศ ทำให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น
ส่วนภาระและเงื่อนไขของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศจะมีมากกว่าการกู้ยืมเงินภายในประเทศ กล่าวคือ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการที่ผู้ให้กู้กำหนด ตัวอย่างเช่น การ
กู้ยืมเงินจาก IMF นอกจากนี้ภาระในการชำระคืนเงินกู้เป็นเงินตราต่างประเทศก็จะต้องเสี่ยงจากอัตรา แลกเปลี่ยนที่จะเปลี่ยนแปลงไป

ข้อพิจารณาในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ผู้ประกอบการควรติดตามเรื่องการกู้เงินและการเป็นหนี้ของภาครัฐ เพราะการกู้เงินของภาครัฐแต่ละครั้งจะต้องกำหนดชัดเจนว่าจะเอามาทำอะไร เราอาจมีโอกาสที่จะเข้าประมูลใน โครงการนั้นๆ เช่น การทำถนน เขื่อน ฯลฯ ในขณะเดียวกันในฐานะผู้ประกอบการ เราควรตระหนักว่าหนี้ภาครัฐเป็นตัวชี้สถานะทางเศรษฐกิจที่สำคัญประการหนึ่ง ถ้าหนี้ภาครัฐสูงเกินไป เราควรระลึกอยู่เสมอว่าเศรษฐกิจของประเทศอาจกำลังมีปัญหา เราจึงควรเตรียมพร้อมและ ดำเนินธุรกิจบนความไม่ประมาท
Posted by : maynieDate/Time : 25/9/2556 15:39:24

 

Log in before, please.

 

MAIN MANU
Home
Editor On Tour
Member
Web Board
Contact Us
About Us
Lesbian Zone
Lesbian Secret (18+)
Variety Zone
Cooking Book
Lesbian Books & Movie Review
Horoscope
It & Program Free Zone
Lesbian Health
News & Event
FRIENDS LINK
ข่าวสารสาระสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ
บล็อกเลสเบี้ยน โดนโดน
สำนักพิมพ์สีม่วงอ่อน
เลสล่าไนซ์
ฟ้าสีรุ้ง กิจกรรมดีดีของกลุ่มชายรักชาย
ทอมดี้ไทย ถูกใจวัยทีน
สะพาน เพื่อนหญิงรักหญิง
รู้ไว้ ป้องกันได้ เมื่อมีรัก

 
© 2018 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com